หลวงพ่อโต กรุบางกระทิง จ.อยุธยา

พระหลวงพ่อโต วัดบางกระทิง จะมีการแตกกรุออกมาเมื่อไรนั้นคงไม่มี ใครทราบช่วงเวลาที่แน่ชัดนักเพราะเดิมทีนั้นได้มีผู้พบเห็นพระหลวงพ่อโต ตกหล่นอยู่ตามบริเวณพื้นที่รอบๆวัดบางกระทิงมานานแล้วแต่ที่แตกกรุอย่างเป็น ทางการและมีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรแน่นอนก็คือเมื่อปี ๒๔๘๑ เนื่องจากวัดได้รื้อพระอุโบสถหลังเดิม เพื่อสร้างใหม่ จึงได้พบกรุพระหลวงพ่อโตเป็นจำนวนมาก มายหลายหมื่นองค์  ซึ่งในครั้งนั้นทางวัดได้แจกจ่ายไปยัง ผู้ร่วมกุศลทีร่วมกันสร้างโบสถ์ จนเหลือพระ อยู่ในราว ๑๐ ปี๊ป ซึ่งพระที่เหลือจำนวนนี้ทางวัดได้นำไปบรรจุที่ฐานชุกชีพระประธานของพระอุโบสถหลังใหม่

 

lo785titled-1

 

พระหลวงพ่อโต กรุวัดบางกระทิง เท่าที่พบ จะเป็นพระเนื้อดินเผาทั้งสิ้น มีทั้งประเภทเนื้อหยาบและเนื้อละเอียด พระที่ แตกกรุเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๑ ตามผิวพระจะไม่ปรากฏคราบกรุ หากแต่มีฝ้ากรุสีขาวหม่นเกาะจับประปราย โดยเฉพาะในองค์ที่ไม่ผ่านการสัมผัสจับต้องมากนักจะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้เป็นเพราะสภาพกรุที่อัดแน่นไป ด้วยทรายจึงเป็นตัวป้องกันความชื้นได้เป็นอย่างดี คราบกรุและราดำจึงไม่ปรากฏให้เห็นในพระหลวงพ่อโต กรุวัดบางกระทิง

 

155173-1

 

จุดเด่นด้านพุทธคุณของพระหลวงพ่อโต กรุวัดบางกระทิง จ.อยุธยา ที่หาในพระเครื่องอื่นๆไม่ได้ คือทั้งคงกระพัน และชาตรี กล่าวคือ วิชาคงกระพัน เป็นวิชาที่ทำให้ร่างกายมนุษย์อยู่คงต่ออาวุธทั้งปวง ฟันแทงไม่เข้า ถ้าจะฆ่าให้ตายต้องใช้ไม้แทงทะลุทวารหนักเท่านั้นวิชาชาตรี เป็นวิชาที่ใช้ป้องกันอาวุธให้ฟันแทงไม่เข้าได้เช่นเดียวกับวิชาคงกระพัน วิชานี้ยังทำให้ตัวเบากระโดดได้สูง
และอาวุธที่มากระทบตัวนั้นนอกจากไม่ระคายผิวหนังแล้ว ยังไม่รู้สึกเจ็บอีกด้วย

“ท่านอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ได้เขียนไว้ในหนังสือ วิชาคงกระพันชาตรีว่า วิชาไสยศาสตร์ที่ทำให้มนุษย์พ้นอันตรายจากอาวุธนั้น
แบ่งออกได้เป็น ๖ ประเภท คือ วิชาคงกระพัน วิชาชาตรี วิชาแคล้วคลาด วิชามหาอุด วิชาแต่งคน วิชาล่องหนหายตัว
ซึ่งยังมีวิชาปลีกย่อย อีกมากมายในตำราพิชัยสงครามที่อาจจัดเข้าหมวดหมู่ที่จัดไว้หรือแยกไปตากหาก เช่น สมานแผล เป็นต้น”

12-06-15-10-57-42bottom-2648

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *