เปิดประวัติ พระครูอานันทคุณากร (หลวงพ่อซ้าย นนทโก)

หลวงพ่อซ้าย นนฺทโก หรือพระครูอานันทคุณากร ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ เจ้าคณะตำบลหนองไทร เจ้าอาวาสวัดหาดน้อย

ท่านมีนามเดิมว่า นายซ้าย (ห้วน) นามสกุล น้ำแก้ว เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2476 บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 2 บ้านบางงิน ต.บางเดือน อ.พุพิน จ.สุราษฎร์ธานี บิดาชื่อ นายหีต น้ำแก้ว มารดาชื่อ นางซ่วน น้ำแก้ว มีพี่น้องทั้งหมด 7 คน ผู้ชาย 5 คน ผู้หญิง 2 คน ท่านเป็นบุตรคนที่ 4 ดังมีราย ชื่อดังนี้

1.นางเซี้ยน น้ำแก้ว (รักณรงค์) ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว

2.นางเซี้ยง น้ำแก้ว (หนองลุง) ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว

3.พระสมุห์ซิ้น ธมมฺทีโป อดีตเจ้าอาวาสวัดดอนพยอม อ.เคียนซา จ.สุราษฏร์ธานี ปัจจุบันมรณภาพแล้ว

4.พระครูอานันทคุณากร หลวงพ่อซ้าย นนฺทโก ปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสวัดหาดน้อย

5.นายเตี้ย น้ำแก้ว (ธีรพงษ์ป) ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว

6.นายซ้อน น้ำแก้ว ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่และอาศัยที่ อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี

7.นายสมคิด น้ำแก้ว ปัจจุบันเสียชีวิต

 

ชีวิตในวัยเด็ก

ในสมัยที่ท่านยังเป็นเด็ก ฐานะทางครอบครัวของท่านก็มีความยากลำบาก แม่ของท่านต้องให้พี่สาวของท่านช่วยเลี้ยงน้องๆ เพราะว่าพ่อแม่ของท่านต้องออกไปทำนาทำไร่ สมัยนั้นอยู่อย่างยากลำบากมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินทองหรืออะไรหลายๆอย่าง พี่สาวของท่านเล่าว่า สมัยหนึ่งทั้งบ้านมีเงินอยู่เพียง 12 บาท แม่ของท่านก็อยากจะให้มีเงินมากกว่านี้ เลยคิดได้ แล้วจึงใช้ให้พี่สาวและตัวท่านพร้อมกับหลวงพ่อซิ้น ไปเอาแตงโมมา โดยให้มาขายในลานที่เขาเล่นสะบ้ากัน ขายอยู่ประมาณ 3 รอบ ขายได้เงินประมาณ 150 บาท แล้วก็กลับบ้านเอาเงินมาให้แม่ทำทุนขายของ จนทำให้มีเงินมากขึ้น หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว เหลือเงินอยู่ประมาณ 1,000 บาท ภายในระยะเวลา 1 ปี หลังจากนั้นเป็นเวลาไม่นาน ที่บ้านของท่านก็มีร้านขายของโดยเริ่มมาจากเงินแค่ 12 บาทเท่านั้นเอง ทั้งท่านและครอบครัวก็ได้ช่วยกันทำมาหากินอย่างสุจริต ในขณะที่เปิดร้านขายของอยู่นั้น เมื่อเวลาของในร้านบางอย่างหมด แม่ของท่านก็จะเอาพวกผลไม้มาขาย เมื่อได้เงินก็จะเอาไปซื้อของเข้าร้าน พี่สาวและคนอื่นๆ เมื่อทำงานได้เงินมาก จะเอามาให้แม่ จนทำให้ครอบครัวมีความพออยู่พอกิน ไม่ลำบากมากนัก แต่แล้วเมื่อปี พ.ศ.2488 พ่อของท่านก็ได้จากไปด้วยโรคประจำตัว เมื่อบำเพ็ญกุศลศพ ก็เอาศพพ่อของท่านไปเผาในป่าช้าต้นแซะ (ปัจจุบันคือโรงเรียนบางเดือนสถิตย์) หลังจากที่เผาศพแล้ว ท่านกับพี่ชายก็ไปนำอัฐิของพ่อท่านมาทำบุญ

หลวงพ่อซ้ายท่านเรียนหนังสือจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดจันทร์ประดิษฐานราม สาเหตุ ที่โยมแม่ของท่านเปลี่ยนชื่อให้ท่าน เพราะว่าจะได้คล้องจองกันในบรรดาพี่น้องทั้งหมด แต่ก็ยังมีโยมน้องชายอีกคน ที่ไม่ได้เปลี่ยนชื่อจึงแปลกกว่าเพื่อน

 

อุปสมบทครั้งแรก

หลวงพ่อซ้ายท่านอุปสมบทครั้งแรก เมื่ออายุประมาณ 20 ปี โดยมี หลวงพ่อพัว เกสโร หรือพระครูสถิตสันตคุณ วัดบางเดือน (วัดจันทร์ประดิษฐาราม) เป็นพระอุปัชฌาย์และจำพรรษาอยู่ที่วัดบางเดือน ประมาณ 6 ถึง 7 พรรษา ในระหว่างที่จำพรรษาอยู่กับหลวงพ่อพัวนั้น หลวงพ่อซ้ายท่านเล่าให้ฟังว่า ท่านไม่ ได้เล่าเรียนวิชาอาคมจากหลวงพ่อพัวเลยสักบท เพราะว่าหลวงพ่อพัวนั้นท่านเป็นพระที่เคร่งขรึม พูดน้อย และอีกอย่าง ท่านเองก็ไม่ได้ใส่ใจ และไม่คิดที่จะบวชไปนานๆด้วย ก็เลยไม่ ได้วิชาของหลวงพ่อพัวมาเลย

 

อุปสมบทครั้งที่ 2

หลวงพ่อซ้ายท่านอุปสมบทครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2521 เวลา 13.49 น. ณ อุโบสถวัดบางเดือน (วัดจันทร์ประดิษฐาราม) อายุได้ 46 ปี โดยมีพระครูรัษฎาราม คณิศร์ (หลวงพ่อหัน วัดบางงอน) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระประดิษษ์ธรรมโชติ วัดจันทร์ประดิษฐาราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูสุกิจประคุณ วัดบางมะเดื่อ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เมื่อบวชแล้วก็อยู่จำพรรษาที่วัดบางเดือนได้เพียง 2 พรรษา ก็ได้มีชาว บ้านหาดน้อย มานิมนต์ให้หลวงพ่อซ้าย ท่านมาจำพรรษาที่วัดหาดน้อย ซึ่งท่านก็รับปาก

 

ย้ายมาจำพรรษาที่วัดหาดน้อย

หลวงพ่อซ้ายท่านได้ย้ายมาจำพรรษาที่วัดหาดน้อย เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2523 ในตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาส ซึ่งวัดหาดน้อยในสมัยนั้น เสนาสนะต่างๆที่มีเหลืออยู่นั้นก็ชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก มีเพียงกุฏิ อุโบสถ และศาลาไม้เพียงไม่กี่หลัง เมื่อหลวงพ่อซ้ายท่านมาอยู่จำพรรษาที่วัดน้อยได้ประมาณ 2 พรรษา ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดหาดน้อย เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525 อายุได้ 50 ปี พรรษา 5

 

ประวัติวัดหาดน้อย

วัดหาดน้อยสร้างขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ.ใดไม่มีหลักฐานแน่ชัด ในสมัยก่อน หลวงพ่อซ้าย ท่านเล่าให้ฟังว่า ด้านหลังวัดสมัยก่อนนั้นไม่ได้ทำการถมดินเหมือนในปัจจุบันนี้ พื้นดินที่ตั้งวัดนั้นเกือบเสมอกับแม่น้ำ และมีหาดทรายลักษณะคล้ายครึ่งวงกลมยื่นออกไป จึงเป็นที่มาของชื่อวัดหาดน้อย ก่อนที่ท่านจะมาอยู่วัดหาดน้อยนั้น ก็มีหลวงพ่ออีด (พระอธิการอีด) เป็นเจ้าอาวาสอยู่ก่อนแล้ว และหลวงพ่ออีดท่านก็สร้างอุโบสถหลังใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2506 และได้สร้างพระพุทธรูปเป็นพระประธานประดิษฐานไว้ในอุโบสถ ทั้งนี้โดยได้ถวายนามแด่องค์พระประธานว่า “หลวงพ่อปริก” ตามประวัติที่ได้เล่าสืบต่อกันมา

เมื่อหลวงพ่อซ้ายท่านได้ย้ายมาใหม่ๆ ได้ไม่ถึงพรรษา (15 กรกฎาคม 2523) หลวงพ่ออีดท่านไม่สบายก็อยากกลับไปอยู่ที่วัดบ้านเกิดของท่าน คือ วัดเงิน (วัดรัษฎาราม) หลวงพ่อซ้ายพร้อมด้วยชาวบ้านบางส่วนก็ได้เดินทางไปส่งหลวงพ่ออีดที่วัดเงิน และต่อมาไม่นานหลวงพ่ออีดท่านก็มรณภาพ (ท่านได้สร้างเหรียญหลวงพ่อปริก รุ่นแรก ไว้ด้วย) หลวงพ่อซ้ายท่านเล่าให้ฟังว่า ตอนที่ท่านย้ายมาจำพรรษาที่วัดหาดน้อยใหม่ๆนั้น สภาพของวัดหาดน้อยตอนนั้น ชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก มีเพียงกุฏิและศาลาไม้เพียงไม่กี่หลัง และไม่พบเอกสารใดๆหลงเหลืออยู่เลย ท่านเคยสอบถามกับชาวบ้านที่มีอายุระหว่าง 70 ถึง 80 ปี ต่างก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ตั้งแต่เกิดมาจนจำความได้ ก็เห็นว่ามีวัดหาดน้อยอยู่แล้ว สันนิษฐานกันว่า อายุของวัดหาดน้อยนั้น น่าจะเกิน 100 ปี และมีเจ้าอาวาสปกครองวัดมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 รูป

เมื่อหลวงพ่อซ้ายท่านมาอยู่และได้ทำการถมดิน เพื่อให้สูงกว่าคลองที่อยู่หลังวัด สมัยก่อนจะถูกน้ำท่วมแทบทุกปี และท่านได้ทำการบูรณะอุโบสถครั้งใหญ่ เมื่อปี พ.ศ. 2547 แต่ยังคงใช้เสมาเดิม และได้ทำการปิดทองฝังลูกนิมิตผูกพัทธสีมา เมื่อวันที่ 18-21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 ในครั้งที่ได้ทำการขุดหลุมลูกนิมิตเดิมนั้น ในหลุมจะพบเงินพดด้วง แหวน ทอง กำไลเงิน ขวดยานัทขนาดเท่าหัวแม่โป้ง พบเศียรพระ มือพระ ที่เป็นปูนปั้น และเศียรพระที่เป็นหินศิลาแลง และยังพบลูกนิมิตที่เป็นก้อนหิน ขนาดเท่าคนโอบฝังอยู่ทุกหลุมรอบๆอุโบสถ หลวงพ่อซ้ายท่านเล่าว่า สมัยก่อนวัดหาดน้อยมีพื้นที่เกือบ 40 ไร่ ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 10 ไร่กว่าๆ

 

ประวัติหลวงพ่อปริก

หลวงพ่อปริกเป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ไม่ทราบว่าสร้างมาเมื่อ พ.ศ.ใด หลวงพ่อซ้ายท่านเล่าให้ฟังว่า ตอนที่ท่านมาอยู่จำพรรษาที่วัดหาดน้อยใหม่ๆนั้น เท่าที่ท่านสืบทราบมาจากคนเฒ่าคนแก่ ที่มีอายุประมาณ 70-90 ปี ต่างก็บอกกันมาว่า องค์จริงของหลวงพ่อปริกนั้น มีขนาดเท่าๆคนจริงนั่งขัดสมาธิ ภายหลังจึงได้ ๆ ทำการปั้นเป็นองค์ใหญ่ และครอบหลวงพ่อปริกองค์เดิมไว้

เจ้าอาวาสองค์ก่อนคือ หลวงพ่ออีต ปาสาธิโก ในสมัยที่หลวงพ่ออีตเป็นเจ้าอาวาสวัดหาดน้อยอยู่นั้น ท่านได้สร้างอุโบสถขึ้นมาใหม่ ในปี พ.ศ. 2506 และ ท่านได้สร้างพระพุทธรูปเป็นพระประธาน ประดิษฐานไว้ในอุโบสถ ทั้งนี้ได้ถวายนามแก่องค์พระประธานว่า หลวงพ่อปริก ตามประวัติที่ได้เล่าสืบทอดกันมา พร้อมทั้งได้จัดสร้างเหรียญหลวงพ่อปริกขึ้นมาเพื่อแจกเป็นที่ระลึกแก่ผู้ที่ร่วมบริจาคปัจจัยในการสร้างอุโบสถ

 

ลำดับสมณศักดิ์

  • ปี พ.ศ. 2524 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระสมุห์ซ้าย นนฺทโก อายุ 49 ปี พรรษา 4 ในฐานานุกรม พระครูประดิษฐ์ธรรมโชติ วัดจันทร์ประดิษฐาราม ความสามารถพิเศษ พระนวกรรม
  • ปี พ.ศ. 2525 วันที่ 14 พฤศจิกายน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดหาดน้อย อายุ 50 ปี พรรษา5
  • ปี พ.ศ. 2534 วันที่ 5 ธันวาคม ได้พระราชทานเป็น พระครูชั้นประทวน อายุ 59 ปี พรรษา 13
  • ปี พ.ศ.2544 วันที่ 5 ธันวาคม ได้รับแต่งตั้งเป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นโท (จร.ชท) อายุ 69 ปี พรรษา 23
  • ปี พ.ศ. 2549 วันที่ 5 ธันวาคม ได้รับแต่งตั้งเป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบล ชั้นตรี (จต.ชต) ที่ราชทินนาม พระครูอานันทคุณากร อายุ 73 ปี พรรษา 29
  • ปี พ.ศ. 2550 วันที่ 17 มกราคม สมเด็จพระพุฒาจารย์ ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ประทานพัดยศ แก่พระสังฆาธิการ ที่รับสมณศักดิ์พัดยศ ณ วัดลัฏฐิวนาราม อ.เมือง จ.ภูเก็ต เป็นพระครูอานันทคุณากร เจ้าคณะตำบล ชั้นตรี วัดหาดน้อย อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี อายุ 74 ปี พรรษา 30 ปี
  • ปี พ.ศ. 2551 วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ได้รับแต่งตั้งเป็น พระอุปัชฌาย์สามัญ

 

วิทยฐานะทางนักธรรม

  • ปี พ.ศ. 2521 บวชพรรษาแรก ก็สอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี อายุ 46 ปี พรรษา 1 ณ วัดจันทร์ประดิษฐาราม
  • ปี พ.ศ. 2525 สอบไล่ได้นักธรรมชั้นโท อายุ 50 ปี พรรษา 5 ณ วัดจันทร์ประดิษฐาราม
  • ปี พ.ศ. 2526 สอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก อายุ 51 ปี พรรษา 6 ณ วัดจันทร์ประดิษฐาราม

หลวงพ่อซ้ายท่านได้อุปสมบท 2 ครั้ง ในการอุปสมบทครั้งแรกนั้น (6 ถึง 7 พรรษา) ท่านไม่ได้เข้าสอบนักธรรมเลย ในการอุปสมบทครั้งที่ 2 นี้เอง ท่านจึงได้เรียนและสอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี ส่วนในพรรษาที่ 2-3-4 ท่านไม่ได้สอบ เพราะท่านไม่ค่อยสบาย หลังจากท่านหายดีแล้วก็เข้าเรียนและสอบต่อ จนท่านสามารถสอบไล่ได้นักธรรมชั้นโท และนักธรรมเอก ตามลำดับสอบ

 

คาถาอาคม

ในสมัยตอนหลวงพ่อซ้ายท่านยังหนุ่มๆอยู่นั้น ท่านเมตตาเล่าให้ฟังว่า ท่านไม่เคยเรียนคาถาอาคมจากใคร หรือจากที่ไหนเลยสักบท ขนาดตอนท่านบวชครั้งแรกกับหลวงพ่อพัว เกสโร (พระครูสถิตสันตคุณ) บวชอยู่กับหลวงพ่อพัว 6 ถึง 7 พรรษา ก็ไม่เคยขอหลวงพ่อพัวเรียนคาถาเลยสักบท หลวงพ่อซ้ายท่านบอกว่า หลวง พ่อพัวท่านเป็นพระที่เคร่งขรึม พูดน้อย ประกอบกับหลวงพ่อซ้ายท่านก็ไม่คิดที่จะบวชไปนานๆด้วยก็เลยไม่ ได้วิชาของหลวงพ่อพัวมาเลยสักบท อยู่ๆเมื่อท่านมาบวชครั้งที่สองนี่เอง ท่านบอกว่านอนอยู่ดีๆก็เหมือนมีองค์ (เจ้า) มาลงที่ท่าน บอกให้ท่านทำอย่างนั้นทำอย่างนี้ จนท่านชำนาญ ทำได้หมดทุกอย่าง โดยเฉพาะสายวิชาป้องกันและถอดถอนคุณไสย หรือจะเป็นด้วยเหตุที่ว่า ตระกูลของท่านเคยเป็นหมอพื้นบ้านรักษาชาวบ้านมาก่อนก็เป็นได้

ท่านได้รับกิจนิมนต์ให้ไปสวดถอดถอนไม่เว้นแต่ละวัน ในพิธีกรรมแต่ละครั้งนั้น ท่านใช้พลังจิต และเวลาในแต่ละพิธีประมาณ 2-3 ชั่วโมงเลยทีเดียว ท่านได้รับกิจนิมนต์มาแล้วเกือบทุกภาคของประเทศ ทั้ง ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ บางพิธี ท่านต้องออกจากวัดตอนตี 2-3 ก็มี บางครั้งเมื่อท่านได้รับกิจนิมนต์ให้ไปในงานพุทธาภิเษกทางเจ้าภาพก็จะมอบหมายหน้าที่ให้ท่านเป็นพระสวดในพิธีกรรมเกือบจะทุกพิธี สมัยที่หลวงพ่อซ้ายท่านยังแข็งแรงอยู่นั้น (บวชครั้งที่ 2 ตอนอายุ 48 ปี) ท่านเป็นพระที่ ดุ และเคร่งครัดในพระธรรมวินัยเป็นอย่างมาก พระและสามเณรที่มาบวชที่วัดหาดน้อย ต้องท่องบทสวดมนต์พิธีให้ได้ทุกๆองค์ องค์ไหนท่องบทสวดไม่ ได้ ก็จะถูกท่านทำโทษบ้าง ดังกรณีของหลานท่าน (มหาวี) ได้เล่าให้ผมฟังว่า มีอยู่ครั้งหนึ่ง ท่านท่องบทสวดมนต์ไม่ ได้ เลยถูกหลวงพ่อซ้ายท่านทำโทษ ให้ออกไปยืนใต้ต้นมะพร้าว และให้เอามือเคาะกับต้นมะพร้าว และต้องท่องบทสวดให้เสียงดัง ให้ท่านได้ยินด้วย ซึ่งกุฏิและต้นมะพร้าวนั้นก็อยู่ห่างจากกุฏิของหลวงพ่อซ้ายท่านพอสมควร และในสมัยนั้นก็มีการแข่งขันท่องบทสวดมนต์พิธี และพระวัดหาดน้อยก็สวดเอาชนะได้เกือบจะทุกวัด จนวัดในละแวกนี้ต่างต้องยอมรับถึงความเก่งกาจของพระวัดหาดน้อยเลย ทีเดียว บางครั้งบทสวดในหนังสือมนต์พิธีไม่มี ท่านก็ไปสืบเสาะค้นหามาให้พระลูกวัดของท่านสวด

ยันต์ประจำตัวของหลวงพ่อซ้าย คือยันต์พระเจ้า 5 พระองค์ ที่ใช้เป็นแบบในการสร้างวัตถุมงคลรุ่นต่างๆ ที่ออกจากวัดหาดน้อย

ยันต์ 5 ทรงเครื่อง เป็นมหายันต์ใหญ่สุด หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ยันต์พุฒซ้อน

ยันต์พระเจ้า 5 พระองค์ ความหมายคือ ความเชื่อเป็นยันต์ที่โด่งดังมากมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นมหายันต์สูงสุดกว่ายันต์ทั้งปวง อุปเท่ห์ ใช้ได้สารพัดประโยชน์ โดยเฉพาะยันต์พุฒซ้อน ได้นำมาใช้ในการลงนะหน้าทอง เมตตามหานิยม โชคลาภ ทำให้ผู้ใหญ่เมตตา ต้องการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง เป็นมหาเสน่ห์รุนแรง ในภัทรกัปป์ มีพระพุทธเจ้าเปิดโลกมาแล้วถึง 4 พระองค์ ตามลำดับดังนี้

  1. พระกกุสันโธ สัมมาสัมพุทธเจ้า มีอายุ 4 หมื่นปี มีเขมวดีนคร ของพระเจ้าเขมะเป็นราชธานี
  2. พระโกนาคมโน สัมมาสัมพุทธเจ้า มีอายุ 3 หมื่นปี มีโสภวดีนคร ของพระเจ้าโสภะเป็นราชธานี
  3. พระกัสสโป สัมมาสัมพุทธเจ้า มีอายุ 2 หมื่นปี มีพาราณสีนคร ของพระเจ้ากิงกิเป็นราชธานี
  4. พระโคตโม สัมมาสัมพุทธเจ้า มีอายุ 80 ปี มีกบิลพัสดุ์นคร ของพระพุทธเจ้าสุทโธทนะเป็นราชธานี
  5. พระศรีอริยเมตไตย จักเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ 5 ในภัทรกัปป์ จะมีอายุถึง 8 หมื่นปี ซึ่งเป็นที่มาของคาถาพระเจ้า 5 พระองค์ หรือเรียกว่า แม่ธาตุใหญ่

ยันต์พระเจ้า 5 พระองค์ ซึ่งเป็นยันต์ประจำตัวของ หลวงพ่อซ้าย ท่าน ด้วยท่านได้เมตตาเล่าให้ฟังว่า ยันต์ที่สักอยู่บนด้านหลังของท่านนั้น ไม่สวยเลย เพราะคนสักยันต์ให้ท่านก็สักไม่เป็น เมื่อสักเสร็จแล้วท่านก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงต้องปล่อยมาจนถึงทุกวันนี้

ในส่วนของวัตถุมงคลของหลวงพ่อซ้ายที่มีการจัดสร้าง มีรายการดังนี้

  1. ล็อกเกตหน้าตรง ด้านหลังยันต์พระเจ้า 5 พระองค์ รุ่นแรก จัดสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2540
  2. ล็อกเกตสองพี่น้อง (หลวงพ่อซิ่น-หลวงพ่อซ้าย) รุ่น 2 จัดสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2540
  3. เหรียญหล่อเจ้าสัว รุ่นแรก มี 2 เนื้อ (เนื้อชินเงินกับเนื้อทองเหลืองรมดำ) จัดสร้างรวมกันประมาณ 110 เหรียญ จัดสร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.  2544
  4. พระผงผสมว่านพิมพ์เจ้าสัว รุ่นแรก จัดสร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2544
  5. พระผงผสมว่าน หลวงปู่ทวด รุ่นแรก จัดสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2544
  6. พระบูชาตั้งหน้ารถ ขนาดหน้าตัก 1 นิ้วครึ่ง รุ่นแรก จัดสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2544
  7. ภาพถ่ายหลวงพ่อปริกหลวง พ่อซ้าย รุ่นแรก จัดสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2544
  8. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว เลี่ยมกรอบสามเหลี่ยม ไม่ทราบจำนวนการจัดสร้าง ออกเมื่อปี พ.ศ. 2545
  9. พระผงแว่นกลม รุ่นมหาบารมี เสาร์ 5 มงคลอิทธฤทธิ์ (หลวงพ่อปริก หลวงพ่อพัว หลวงพ่อซ้าย จตุคาม พระอวโลติเกศวร พระยอดขุนพล) จัดสร้างปี พ.ศ. 2550
  10. ล็อกเกตหลวงพ่อปริก ล็อกเกตหน้าตรงหลวงพ่อซ้าย งานปิดทองฝังลูกนิมิต ปี พ.ศ. 2556
  11. พระบูชาตั้งหน้ารถขนาด หน้าตัก 1 นิ้วครึ่ง รุ่น 2 งานปิดทองฝังลูกนิมิต ปี พ.ศ. 2556
  12. ผ้ายันต์พัดโบกโภคทรัพย์ (ผืนใหญ่) งานปิดทองฝังลูกนิมิต ปี พ.ศ. 2556
  13. พระขุนแผนเนื้อว่านและเนื้อผง (สรงน้ำ 60) รุ่นเมตตามหาเสน่ห์ จัดสร้าง ปี พ.ศ. 2560
  14. เหรียญปั้มรุ่น 2 รุ่นชัยมงคล 84 (มีด้วยกัน 14 เนื้อ) จัดสร้างปี พ.ศ. 2560
  15. ตะกรุดปั้มยันต์พระเจ้า 5 พระองค์ รุ่นแรก จัดสร้างปี พ.ศ. 2560
  16. พระชัยวัฒน์สะดุ้งกลับเพชรฉลูกัณฑ์ ศิลปะศรีวิชัย (จัดสร้าง 5 เนื้อ) ปี พ.ศ. 2560
  17. พระสมเด็จสิงห์ รุ่นแรก (สรงน้ำ 61) จัดสร้างด้วยกัน 5 เนื้อ ปี พ.ศ. 2561
  18. พระบูชาหน้าตัก 5 นิ้ว รุ่นแรก รวยทรัพย์ 85 (จัดสร้างด้วยกัน 2 เนื้อ) ปี พ.ศ. 2561
  19. พระรูปเหมือนขนาดห้อยคอ รุ่นแรก รวยทรัพย์ 85 (จัดสร้างด้วยกัน 3 เนื้อ) ปี พ.ศ. 2561
  20. ประเภทผ้ายันต์ต่างๆ ในยุคแรกๆอีกหลายๆรุ่น

 



เว็บเดิมพันออนไลน์ อันดับต้นๆของเมืองไทย สมัครสมาชิกวันนี้รับโปรโมชั่นดีๆอีกเพียบ!!!
เพิ่มเพื่อน

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *