หลวงพ่อแช่ม สังฆปาโมกข์  วัดไชยธาราราม (ฉลอง) อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต  เกจิอาจารย์ดัง

หลวงพ่อแช่ม สังฆปาโมกข์

วัดไชยธาราราม (ฉลอง) อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

เกจิอาจารย์ดัง โดยสุธี สามหมอก

วัดฉลอง เป็นวัดเก่าแก่อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ  8  กิโลเมตร เจ้าอาวาสองค์แรกของวัดไม่มีการบันทึกไว้ แต่เจ้าอาวาสฯ ที่ปรากฏนาม คือ พ่อท่านเฒ่า เป็นพระที่มีความเชี่ยวชาญทางวิปัสสนากรรมฐานเมื่อท่านมรณภาพด้วยโรคชราอาพาธหลวงพ่อแช่มจึงได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสฯ สืบต่อจากพ่อท่านเฒ่า

หลวงพ่อแช่ม ได้รับพระราชทานเลื่อนสมศักดิ์ เป็นพระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี                     ตำแหน่งสังฆปาโมกข์เมืองภูเก็ต ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปลี่ยนชื่อวัดฉลองเป็นวัดไชยธาราราม แต่คนทั่วไปมักนิยมเรียกว่า วัดฉลอง

หลวงพ่อแช่ม พื้นเพของท่านเป็นชาวบ้านบ่อแสน อำเภอทับปุดจังหวัดพังงาโยมบิดา-มารดา              ไม่ปรากฏนามแต่อย่างใด หลวงพ่อแช่มเป็นศิษย์พ่อท่านเฒ่าเมื่ออายุพอจะบวชได้ก็บวชเป็นสามเณร ต่อมาเมื่ออายุถึงที่จะบวชเป็นพระภิกษุ ก็ได้บวชเป็นพระภิกษุ จำพรรษาอยู่ ณ วัดฉลองท่านได้ศึกษาวิปัสนาธุระจากพ่อท่านเฒ่า จนเชี่ยวชาญทางวิปัสสนาธุระเป็นอย่างสูง

ในปี พ.ศ. 2419 กรรมกรเหมืองแร่ในจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง ได้ช่องสุมผู้คนก่อตั้งเป็นคณะขึ้นเรียกว่า อั้งยี่ ก่อเหตุวุ่นวายจะเข้ายึดการปกครองของจังหวัดเป็นของพวกตน ทางราชการไม่อาจปราบให้สงบราบคาบได้ ชาวบ้านได้หลบหนีเข้าป่า ทิ้งบ้านเรือนปล่อยให้พวกอั้งยี่เผาบ้านเรือน ชาวบ้านได้หลบหนีเข้ามาในวัดฉลอง เมื่อพวกอั้งยี่รุกไล่ใกล้วัดเข้ามาต่างก็เข้าไปบอกหลวงพ่อแช่ม และนิมนต์ให้ท่านหนีออกจากวัดฉลองไป แต่หลวงพ่อแช่มไม่ยอมหนี

 

เมื่อหลวงพ่อแช่มไม่ยอมทิ้งวัด ชาวบ้านจึงแจ้งกับหลวงพ่อแช่มเมื่อท่านไม่หนี พวกเขาก็ไม่หนีแล้วถามหลวงพ่อมีเครื่องรางคุ้มภัยบ้างหรือเปล่า หลวงพ่อแช่มจึงทำผ้าประเจียดโพกศีรษะแจกคนละผืน    

        ชาวบ้านจึงออกไปชักชวนพวกที่หลบหนีให้กลับมารวมตัวกันในวัดเพื่อเตรียมต่อสู้กับพวกอั้งยี่ พวกอั้งยี่ไล่ฆ่าชาวบ้านด้วยความลำพองเพราะไม่มีชาวบ้านคิดต่อสู้จนกระทั่งมาถึงวัดฉลองชาวบ้านซึ่งได้รับผ้าประเจียดจากหลวงพ่อแช่มได้มาต่อต้านพวกอั้งยี่อย่างไม่กลัวตายพวกอั้งยี่ถูกชาวบ้านไล่ฆ่าฟันแตกหนีไปจนหมดสิ้น

ข่าวชัยชนะของชาวบ้านฉลองทำให้ชาวบ้านที่หลบหนีไปกลับมายังวัดฉลอง และได้อาสาว่า           ถ้าพวกอั้งยี่มารบอีกก็จะต่อสู้ ขอให้หลวงพ่อแช่มจัดเครื่องคุ้มครองตัวให้ หลวงพ่อแช่มได้แจกผ้าประเจียดให้คนละผืนพร้อมกล่าวกับพวกชาวบ้าน ข้าเป็นพระสงฆ์จะรบราฆ่าฟันกับใครไม่ได้ พวกสูจะรบก็คิดอ่านกันเอาเองข้าจะทำเครื่องคุณพระให้ไว้สำหรับป้องกันตัวเท่านั้น ชาวบ้านนำเอาผ้าประเจียดหลวงพ่อแช่ม    มาโพกศีรษะเป็นเครื่องหมายบอกต่อต้านพวกอั้งยี่

พวกอั้งยี่ยกพวกมาโจมตีชาวบ้านฉลองหลายครั้ง ชาวบ้านได้จับอาวุธต่อสู้อย่างกล้าหาญไม่กลัวตาย จนพวกอั้งยี่ไม่สามารถตีฝ่าเข้ามาได้ พวกอั้งยี่ได้จัดเป็นกองทัพเป็นจำนวนพัน ตั้งแม่ทัพ นายกอง         มีธงรบม้าล่อ เป็นเครื่องประโคมขณะรบกันยกทัพเข้าล้อมรอบกำแพงพระอุโบสถระดมยิงปืนเป็นการใหญ่แต่เป็นที่น่าอัศจรรย์ที่บรรดาชาวบ้าน ซึ่งได้ผ้าประเจียดจากหลวงพ่อแช่ม ต่างแคล้วคลาดไม่ถูกอาวุธของพวกอั้งยี่แม้แต่คนเดียว

คณะกรรมการเมืองภูเก็ตทำรายงานกราบทูล ไปยังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว         ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะกรรมการเมืองนิมนต์หลวงพ่อแช่มให้เดินทางไปยังกรุงเทพมหานคร

มีพระประสงค์ทรงปฏิสัณฐานกับหลวงพ่อแช่ม และได้พระราชทานสมศักดิ์หลวงพ่อแช่มเป็นพระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญานมุนี ให้มีตำแหน่งเป็นสังฆปาโมกข์เมืองภูเก็ต อันเป็นตำแหน่งสูงสุดซึ่งบรรพชิตจักพึงมีในสมัยนั้น

หลวงพ่อแช่มมรณภาพในปี พ.ศ. 2451 บรรดาศิษย์ได้ตรวจทรัพย์สินของหลวงพ่อแช่ม               ปรากฏว่าหลวงพ่อแช่มมีเงินเหลือเพียง 50 เหรียญเท่านั้น ความทราบถึงบรรดาชาวบ้านปีนังและจังหวัดอื่นในมาเลเซีย ต่างนำเงิน เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ข้าวสาร มาช่วยเหลือหลายเรือสำเภา งานศพของหลวงพ่อแช่มจัดได้ใหญ่โตที่สุดในจังหวัดภูเก็ต อันแสดงถึงบารมีของหลวงพ่อแช่มนั่นเอง

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *