การเลี้ยงและบูชากุมารทองฉบับล้านนา การนำกุมารทองเข้าบ้านฉบับสมบูรณ์

กุมารทองเป็นเครื่องลางของขลังประเภทมีจิตวิญญาณ กุมารของล้านนาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเห็นจะเป็นกุมารของหลวงปู่ครูบาดวงดี วัดท่าจำปี จังหวัดเชียงใหม่ กุมารของสามเณรวิเศษณ์ สิงห์คำ และกุมารทองของครูบาหาญ วัดดงลานครับ ส่วนทางฆราวาสเห็นจะมีพ่อหนานสม บ้านต๋ม จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนในจังหวัดแพร่ก็มีหลายท่านครับ จริงๆแล้วสำหรับคติเรื่องกุมารทองในล้านนาไม่มีครับ แต่ได้รับอิทธิพลมาจากทางภาคกลาง กุมารทองล้านนาจึงแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆคือ

1.กุมารทองเทพ กุมารทองเทพเป็นกุมารที่เกิดจากการตั้งธาตุ หนุนธาตุ และบรรจุมวลสารที่เป็นของมงคลล้วนๆ ไม่มีผงผีเจือปน อาจารย์ผู้ทำต้องมีจิตที่แข็งแกร่ง ต้องประสิทธิ์ประสาทอาคมให้ตัวกุมารทองมีพลังมากที่สุด ในนิมิตกุมารทองต้องดิ้นได้ นั่งบนกองเงินกองทอง เป็นต้น สำหรับกุมารประเภทนี้ ไม่มีอันตรายใดๆเพราะเป็นวิญาณสมมติขึ้นมา อาจเซ่นด้วยขนม น้ำหวานตามวาระโอกาส แต่ข้อจำกัดของกุมารทองประเภทนี้คือ บนบานสานกล่าวอาจเห็นผลช้า ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับว่าอาจารย์ผู้ทำกุมารทองประเภทนี้แข็งแกร่งเพียงใด อาจารย์ที่ทำกุมารทองประเภทนี้ได้เก่งที่สุดคือ อาจารย์ฝ่ายพระเกจิที่มีพรรษามากๆ และอาจารย์ที่เป็นหมออาคมสายพุทธคุณครับ

และกุมารประเภทนี้ กำลังระบาดอย่างมากในสำนักทรง ถ้าเป็นกุมารปลอมก็จะไม่มีตัวตน เสมือนหุ่นธรรมดา แต่สำนักทรงบางสำนักที่ทำกุมารทองออกมาจริงๆ ในจังหวัดแพร่ที่มีชื่อเสียงได้แก่ กุมารทองสำนักทรงแม่เลี้ยงเย็น และกุมารทองเทพสำนักทรงพ่อหนานพร ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ในเรื่องของประสบการณืแก่ศิษย์ในจังหวัดแพร่อย่างมากมายครับ

2 . กุมารกึ่งเทพกึ่งพราย กุมารประเภทนี้ คล้ายกับกุมารทองประเภทแรก แต่มวลสารที่ผสมเพิ่มเติมคือผงพรายกุมาร หรือผงอาถรรพ์ต่างๆ เช่นดินเจ็ดป่าช้า กระดูกผี น้ำมันพรายกุมารฯลฯ การทำกุมารประเภทนี้จะอาศัยการเชื้อเชิญเอาจิตวิญาณที่อยู่ในมวลสารอาถรรพ์เหล่านั้นมาสถิตเพื่อสร้างบุญบารมี แต่จิตที่มาอยู่ในองค์กุมารนั้น ไม่ใช่จิตของผีพรายโดยตรง เป็นเพียงขวัญ(ล้านนาเรีกว่าขวัญ มีความเชื่อว่า วิญาณของมนุษย์เรามี 32 ขวัญ) แบ่งมาสถิตในองค์กุมาร กุมารทองประเภทนี้เป็นที่นิยมมาก เพราะบูชาง่าย ไม่มีอันตราย เห็นผลเร็ว บางรายถ้าจิตสื่อถึงกันได้ก็สามารถมาบอกเหตุการณ์ต่างๆในฝันได้ ยิ่งไปกว่านั้นบางรายอาจสื่อกันถึงขั้นได้ยินเสียงกะซิบ หรือเห็นเป็นตัวเป็นตนเลยก็มี ความเก่งกล้าของกุมารประเภทนี้ ขึ้นอยู่กับบารมีของอาจารย์ที่ปลุกเสก ต้องทำ้ด้วยใจบริสุทธิ์ และวิญญาณที่มาสิงสถิตย์ต้องเป็นวิญญาณที่พลีมาโดยถูกต้อง ไม่ได้มาในสภาพถูกบังคับ กุมารก็จะขลังมากๆ กุมารทองประเภทนี้ในจังหวัดแพร่ที่ผมรู้จักและเคยบูชามีอาจารย์น้อยโชคชัย บ้านนาแหลมใต้ที่ทำออกมาได้เข้มขลัง และอาจารย์ของท่านอีกท่านหนึ่งคือ ครูบาเจ้าแก้วก็เข้มขลังไม่แพ้กันครับแต่กุมารของท่านยังไม่มีออกให้บูชาครับ มีแต่ลูกศิษย์หรือคนรู้จักมาขอร้องให้อาจารย์ท่านทำ แต่อาจารย์บอกว่ามวลสารยังไม่ครบตามตำราครับ

3. พรายกุมาร หรือผีพราย กุมารประเภทนี้ หลายๆท่านอ่านแล้วอาจสนใจ กุมารพรายประเภทนี้เป็นกุมารที่เกิดจากการผูกเอาผีเด็กมาใช้งาน ถ้าเป็นผีผู้ใหญ่เรียกว่า ผีพราย ขั้นตอนการทำคร่าวๆ อาจารย์ที่จะทำจะต้องเตรียมสะตง3แจ่ง(เครื่องพลีเลี้ยงผีตายโหงมีลักษณะเป็นกระทงของภาคเหนือ มี 3 มุม ภายในมีเครื่องเซ่นต่างๆ) พร้อมวัสดุที่จะให้กุมารหรือพรายสถิต เช่นขวดน้ำมัน หุ่น เป็นต้น แล้วไปตั้งเครื่องเซ่นที่ป่าช้า หรือทางสามแพร่ง ในกรณีที่จะเอาผีเด็ก ก็ต้องทราบข่าวมาว่าป่าช้าไหนมีศพเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีบ้าง เมื่อพลีเสร็จอาจารย์ก็จะประกอบพิธีกรรมบูชาเจ้าที่ แล้วก็ขอเอาผีพรายมาสิงสถิตในหุ่น หรือน้ำมัน แล้วว่ากล่าวเชื้อเชิญข้อแลกเปลี่ยนตามแต่อาจารย์จะกำหนด เมื่อธูปดับหมดแล้ว ก็พาพรายตนนั้นไปเซ่นเลี้ยงที่บ้าน

กุมารพรายประเภทนี้ เป็นกุมารพรายของแท้ 100% บางอาจารย์มักเอาหัวกะโหลกมาเซ่นเลี้ยงเลยก็มี สำหรับข้อดีของกุมารประเภทนี้คือ มีตัวตนจริง สัมผัสได้จริงขึ้นอยู่กับสภาวจิต เห็นผลเร็วไว และสามารถสั่งใช้งานได้ตามใจชอบ ข้อเสียก็คือ กุมารประเภทนี้อันตราย ต้องหมั่นเซ่นเลี้ยงทุกวันพระ และต้องควบคุมให้ดี มิฉะนั้นกุมารจะสร้างความเดือดร้อนให้คนในบ้าน เช่นบ้านที่มีเด็กเล็กไม่ควรเลี้ยงเป็นอันขาด

สำหรับกุมารประเภทนี้ ในจังหวัดแพร่มีอาจารย์วัตร สัปเหร่อบ้านถิ่นที่ทำให้บูชาเป็นรายบุคคลไปค่าครูไม่แพง แต่ใช้เวลานาน เพราะไม่ได้ทำได้ใน 1-2 วัน แต่อาจต้องรอเป็นเดือนเลยก็มี กุมารพรายของท่านไม่มีผลเสียกับผู้เซ่นเลี้ยง เพราะท่านกำกับมาแล้วอย่างรอบคอบและเข้มขลังเป็นอย่างดี และอีกท่านหนึ่งก็เห็นจะมี พ่อหนานมี บ้านปงป่าหวายที่เชี่ยวชาญทางด้านนี้เหมือนกันครับ


ขั้นตอนขอการบูชากุมารทอง

1.การนำกุมารทองเข้าบ้าน

ตำราล้านนาของอาจารย์น้อยโชคชัย บ้านนาแหลมใต้ กล่าวเกี่ยวกับการนำกุมารทองเข้ามาบูชาในบ้านไว้ว่า ผู้ใดต้องการหากุมารทองมาเลี้ยง ให้ดูโฉลกวันเดือนปีเกิดของเจ้าของกุมาร โดยห้ามให้นำกุมารทองเข้าบ้าน ตามวันที่ปรากฎในตำราดังนี้

1.1 ผู้เกิดวันจันทร์ ห้ามนำกุมารทองเข้าบ้านในวัน ศุกร์

1.2 ผู้เกิดวันอังคาร ห้ามนำกุมารทองเข้าบ้านในวัน อาทิตย์

1.3 ผู้เกิดวันพุธกลางวัน ห้ามนำกุมารทองเข้าบ้านในวัน จันทร์

1.4 ผู้เกิดวันพุธกลางคืน ห้ามนำกุมารทองเข้าบ้านในวัน อังคาร

1.4 ผู้เกิดวันพฤหัส ห้ามนำกุมารทองเข้าบ้านในวัน พฤหัส

1.5 ผู้เกิดวันศุกร์ ห้ามนำกุมารทองเข้าบ้านในวัน เสาร์

1.6 ผู้เกิดวันเสาร์ ห้ามนำกุมารทองเข้าบ้านในวัน วันพุธกลางคืน

1.7 ผู้เกิดวันอาทิตย์ ห้ามนำกุมารทองเข้าบ้านในวัน วันพุทธกลางวัน

ขั้นตอนของการนำกุมารทองเข้าบ้าน(ฉบับล้านนา)

1 . เตรียมธูป 16 ดอก ( แทน 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน ) ดอกไม้ หมาก 1 แว่น ใบพลู 1 ใบ เรียกว่า “หมากคำพลูใบ” เพื่อบอกกล่าวแก่พระแม่ธรณี

2 . จุดธูปปักตรงกลางแจ้งของบ้าน พยายามหาที่ปักที่เป็นพื้นดิน หากหาไม่ได้จริงๆให้ปักในทรายหรือดินใส่ภาชนะหรือกระถางธูปก็ได้ โดยเริ่มบอกกล่าวตั้งแต่ศาลพระภูมิบ้าน ศาลเจ้าที่ และนำหมากคำพลูใบนี้ วางลงบนพื้นดิน เพื่อเป็นการบอกกล่าวแก่พระแม่ธรณี โดยกล่าวว่า

“….สาธุ สาธุ สาธุ ขอฝากกลิ่นธูปควันเทียนและกลิ่นดอกไม้หอมนี้ ไปยังเทวดาทั้งหลาย พระอินทร์พระพรหม พญายมราช ครุฑนาคน้ำทั้งมวล ตลอดถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย อันมีพระแม่ธรณี ผู้เฝ้ารักษาผืนแผ่นดินแห่งนี้ เจ้าที่เจ้าทางทั้งหลาย ที่เฝ้ารักษาเขตละแวกนี้ วันนี้ตัวลูกชื่อ…………………………………………………….ได้นำเอาลูกกุมารทองเข้ามาอยู่ในบ้านจำนวน…….องค์มีชื่อว่า………………………ลูกขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ที่เฝ้ารักษาผืแผ่นดินนี้ เฝ้ารักษาบ้านหลังนี้ ของจงเมตตาเปิดทางให้ลูกของข้าพเจ้าที่นำมาในวันนี้ เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยเถิด เพื่อที่จะได้มาช่วยลูกทำมาค้าขาย เฝ้าบ้านเฝ้าเรือน ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย รับทราบและรับรู้สิ่งที่ลูกบอกกล่าวด้วยเถิด สาธุฯ

3 . เมื่อทำตามขั้นตอนที่ 2 เสร็จแล้ว ให้นำกุมารมาตั้งในที่ที่เหมาะสม หากบ้านมีรูปผีบรรพบุรุษที่ล่วงลับ หรือมี ห้องพระภายในบ้าน ก็ควรบอกกล่าวด้วยวาจา หรือจะบอกกล่าวโดยจุดธูปจำนวน 5 ดอกบอกรวมๆเลยก็ได้ คล้ายๆกับขั้นตอนที่ 2

4 . การตั้งบูชากุมารให้ตำ่กว่าพระพุทธรูป และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง การนำกุมารทองเข้าบ้านครั้งแรก ตามตำราควร หาแผ่นทองคำเปลวมาปิดบนหน้าผากกุมารเพื่อรับขวัญ หรืออาจหาของเล่น เครื่องเซ่นไหว้มารับขวัญก็ได้ แล้ว่าคาถาบูชากุมารทองดังนี้

นะโม 3 จบ ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย และครูอาจารย์ที่ปลุกเสกกุมารองค์นี้ แล้ว่าดังนี้

“…เอหิ ตาตะ ปิยะปตตะ ปุเรถะ มะมะ ปาระมิง หะทะยัง เมถิสันเจถะ กะโรถะ วะจะนัง มะมะ…”

สวดอย่างน้อย 3-5 จบ แล้วเรียกลูกๆมารับของเซ่นด้วยวาจานุ่มนวล เสมือนพูดจาอยู่กับลูกแท้ๆของเราเอง ตามตำราท่านบอกว่าให้พูดเองเออเองว่า ” ลูกจ๋า มาอยู่กับพ่อรึยังจ๊ะ” ตอบเองว่า ” มาแล้วครับพ่อ ” ถามอีกว่า “ลูกมาอยู่กับพ่อแล้ว ช่วยดูแลพ่อ และช่วยหาเงินหาทองได้ไหมจ๊ะ” ตอบเองว่า ” ได้จ๊ะพ่อ ลูกจะช่วยหาเงินหาทองให้พ่อร่ำรวยเลยแหละ” แล้วให้แนะนำว่าในบ้านมีใคร ชื่ออะไรบ้าง ให้ลูกกุมารทองรู้จัก

****แต่..จริงๆแล้วทางล้านนาไม่มีคาถาบูชากุมารทองครับ เราจะเคยได้ยินคาถาสากลกันว่า จิเรจุนิ เจตตะสิกัง…………ฯลฯ ซึ่งใช้ได้กับกุมารทุกสำนักครับ เพราะแปลออกมาแล้วเป็นข้อความที่เราพูดกับกุมาร บูชายกย่องกุมารครับ แต่คาถาข้างบนนี้ อาจารย์น้อยโชคชัยได้มาจากอาจารย์ท่านที่สอนการทำกุมารทองครับ เลยเอามาเผยแพร่เป็นวิทยาทาน และอีกประการหนึ่ง ผู้เฒ่าผู้แก่ในล้านนามักไม่ชอบเลี้ยงกุมารทอง เหตุเพราะเป็นผีเด็ก เรื่องมาก บางท่านที่เลี้ยงเคยเล่าให้ผมฟังว่า การเลี้ยงกุมารทองของเมืองเหนือจริงๆ จะพูดจาแบบน่าเกรงขาม ให้ลูกกุมารเคารพ และเชื่อฟัง พูดอ่อนโยนแสดงอาการเอ็นดูบ้างเป็นบางครั้ง แต่อย่าใจดีเกินไป เดี๋ยวจะดื้อและกำราบไม่อยู่ครับ

อ้าวววววว…..ถ้าไม่มีคาถาจะทำอย่างไง????? จริงๆแล้วถ้าไม่ใช้คาถาใช้วาจาปากของเราดีที่สุดครับ ไม่ต้องไปสนใจภาษาบาลี ขนาดเรายังไม่เข้าใจความหมายเลย โบราณล้านนาเวลาเลี้ยงพราย เลี้ยงกุมารก็มักกล่าวกันด้วยวาจาปล่าวครับ คือพูดอะไรก็ได้ตามแต่ที่เราจะพูดครับ

5 . บอกสัญญาไปว่า ทุกวันไหนจะถวายน้ำแดง หรือขนม หรือว่าจะถวายทุกวันพระก็ได้ อีกประการหนึ่งตำรากล่าวไว้ว่า ต้องมีน้ำเปล่า 1 แก้วตั้งอยู่หน้ากุมารทองอย่างน้อย 1 แก้วอย่าให้ขาด

****กุมารทองล้านนาจริงๆ จะไม่ยกผีให้สูงกว่าตน กล่าวคือจะไม่เอาอกเอาใจจนเกินไป เพราะมีความเชื่อว่ากุมารจะเคยตัว และไม่ทำงาน บางรายเลี้ยงกุมารผิดๆบูชากุมารทองเป็นพ่อเลยก็มี จะทำให้กุมารไม่เชื่อฟังเรา หรืออาจรุนแรงที่สุดก็คืออาจทำร้ายเราได้ถ้าเราควบคุมไม่ดี

****กุมารทองประเภทพราย กึ่งภูติกึ่งพราย ในล้านนามักนิยมเซ่นเลี้ยงก่อนวันพระ 1 วัน ซึ่งต่างจากสำนักอื่นๆที่ต้องเซ่นเลี้ยงในวันพระ แต่กุมารประเภทกุมารเทพจะเซ่นเลี้ยงในวันพระ แต่ปัจจุบัน หลวงพ่อ และอาจารย์ส่วนใหญ่มักแนะนำให้เซ่นในวันพระเพราะจะได้ไม่เป็นการยุ่งยากจนลำบากใจเกินไป ซึ่งก็ไม่ถือว่าผิดธรรมเนียมแต่อย่างใดครับ

****ข้อนี้สำคัญที่สุด โบราณล้านนาเชื่อว่า กุมารทองจะมีนิสัยใจคอเหมือนกับผู้เลี้ยง เหมือนเราเลี้ยงลูกครับ เลี้ยงให้เขาเป็นคนดี สอนให้เขาเป็นคนดี ลูกเราก็เป็นคนดีครับ แต่สอนเ้ค้าเป็นคนไม่ดี มีความอาฆาตต่อผู้อื่น กุมารทองก็จะไม่ต่างอะไรไปจากอสรพิษดีๆนั่นเองครับ บางร้ายอาจย้อนกลับทำร้ายเจ้าของก็มี ที่จังหวัดแพร่มีเห็นอยู่ในบางรายครับ

6 . สุดท้ายหมั่นพูดคุยกับลูกๆ และหมั่นแผ่เมตตา และระลึกถึงคุณครูบาอาจารย์อยู่เสมอ กุมารทองก็จะขลังและวิเศษยิ่งนักแลฯ

ตำราการเลี้ยงและบูชากุมารทองนี้ สามารถนำไปประยุต์ใช้ได้ทุกสำนักครับ ไม่จำกัดว่าเฉพาะกุมารสายล้านนา อย่าคิดมากว่าอย่างนั้นถูกอย่างนี้ผิด เหมือนเราเลี้ยงลูกคนนึกนะครับ เลี้ยงบูชาด้วยใจศัทธา ปาฏิหาริย์ก็จะบังเกิดครับ

*****จบการนำกุมารทองเข้าบ้านเพียงเท่านี้*****

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *